กันฟ้าผ่า SPD AC: เลือกยังไงให้บ้านปลอดภัย ไม่ต้องลุ้น

ช่วงหน้าฝนแบบนี้ เรื่องฟ้าผ่าเป็นอะไรที่ผมกังวลมาก ปกติบ้านผมก็ไม่มีสายล่อฟ้าอยู่แล้ว เลยลองศึกษาเรื่อง SPD (Surge Protective Device) หรืออุปกรณ์กันฟ้าผ่าฝั่ง AC มาพักใหญ่ เพราะเครื่องใช้ไฟฟ้าสมัยนี้มันบอบบางเหลือเกิน แค่ไฟกระชากนิดหน่อยก็พังกันง่ายๆ พอได้ลองติดตั้งเองและศึกษาข้อมูลจากหลายที่ เลยอยากเอาประสบการณ์จริงมาเล่าให้ฟังว่าเลือกยังไงให้พอดีกับบ้านเราจริงๆ ไม่ต้องเสียเงินฟรี แถมยังได้ความสบายใจกลับมา
ทำไมต้องมี SPD AC แม้ไม่มีสายล่อฟ้า?
หลายคนอาจจะคิดว่าถ้าบ้านไม่มีสายล่อฟ้าก็ไม่จำเป็นต้องมี SPD AC แต่จริงๆ แล้วมันคนละเรื่องกันเลยครับ สายล่อฟ้ามีไว้เพื่อป้องกันโครงสร้างบ้านโดยตรงจากการถูกฟ้าผ่าลงมา ส่วน SPD AC มีไว้ป้องกันความเสียหายของเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านจากไฟกระชาก ไม่ว่าจะเป็นฟ้าผ่าที่ลงใกล้ๆ บ้าน หรือแม้แต่ไฟกระชากจากระบบสายส่งของการไฟฟ้าเอง มันก็เข้ามาทำลายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของเราได้หมด ซึ่งค่าซ่อมหรือเปลี่ยนนี่ไม่ใช่ถูกๆ เลยครับ
เลือกค่า kV ยังไงให้เหมาะสมกับบ้านทั่วไป?
เรื่องค่า kV หรือระดับแรงดันไฟฟ้าที่ SPD ทนได้ เป็นเรื่องที่ผมงงอยู่นานเหมือนกัน เพราะในตลาดมีให้เลือกเยอะมาก ตั้งแต่ 10kV ไปจนถึง 40kV บางทีก็มี 20kV, 30kV ด้วย สำหรับบ้านพักอาศัยทั่วไปที่ไม่มีสายล่อฟ้า ถ้าจะให้ปลอดภัยและครอบคลุม ผมแนะนำให้เลือก SPD ที่มีค่าสูงสุดอยู่ที่ 20kV-40kV ครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณอยู่ในพื้นที่ที่มีพายุฟ้าคะนองบ่อยๆ การเลือกค่า kV ที่สูงขึ้นจะช่วยให้มั่นใจได้มากขึ้นว่าอุปกรณ์ของคุณจะได้รับการป้องกันอย่างเพียงพอ
- บ้านพักอาศัยทั่วไป: เลือก 20kV - 40kV ก็ครอบคลุมแล้ว
- พื้นที่เสี่ยงฟ้าผ่าบ่อย: พิจารณา 30kV - 40kV เพื่อความอุ่นใจสูงสุด
Type 1, Type 2, หรือ Type 3 เลือกผิดชีวิตเปลี่ยน?
อันนี้สำคัญมากครับ! SPD มีหลาย Type ซึ่งแต่ละ Type ก็มีหน้าที่และตำแหน่งการติดตั้งต่างกัน ถ้าเลือกผิดก็แทบไม่ช่วยอะไรเลย
Type 1 SPD: ติดตั้งที่ต้นทางก่อนมิเตอร์
เหมาะสำหรับอาคารที่มีการติดตั้งสายล่อฟ้าภายนอก หรือเสี่ยงต่อการถูกฟ้าผ่าโดยตรง ติดตั้งในตู้ MDB หลัก เพื่อป้องกันไฟกระชากขนาดใหญ่ที่เข้ามาจากภายนอกอาคารโดยตรง เป็นด่านแรกสุดของการป้องกัน อย่างที่ ArsomSolarCell อธิบายไว้ค่อนข้างละเอียดทีเดียวครับ
Type 2 SPD: ติดตั้งในตู้ Main Breaker หรือตู้ย่อย
อันนี้แหละที่เหมาะกับบ้านพักอาศัยทั่วไปที่ไม่มีสายล่อฟ้าครับ ติดตั้งในตู้เมนเบรกเกอร์ หรือตู้ Load Center ถัดจากมิเตอร์ไฟฟ้า ช่วยป้องกันไฟกระชากที่มาจากสายส่งของการไฟฟ้า หรือฟ้าผ่าที่อยู่ห่างออกไป แต่ส่งผลกระทบถึงระบบไฟฟ้าภายในบ้านของเราได้ เป็นด่านป้องกันหลักของบ้านส่วนใหญ่
Type 3 SPD: ติดตั้งที่ปลั๊กพ่วงหรือใกล้เครื่องใช้ไฟฟ้า
เป็นด่านป้องกันสุดท้ายที่เสริมเข้ามา มักจะมาในรูปแบบของปลั๊กพ่วงที่มี Surge Protection ในตัว หรือติดตั้งที่เต้ารับใกล้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่สำคัญๆ เช่น คอมพิวเตอร์ ทีวี หรือเครื่องเสียง เพื่อป้องกันไฟกระชากขนาดเล็กที่หลุดรอดมาจาก Type 1 หรือ Type 2 อีกทีครับ
สำหรับบ้านทั่วไปที่ไม่มีสายล่อฟ้า การเลือก Type 2 SPD มาติดตั้งที่ตู้เมนหลัก ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่คุ้มค่าและให้การป้องกันที่ดีที่สุดครับ ส่วน Type 3 ก็เสริมเข้าไปตามจุดที่ต้องการป้องกันเป็นพิเศษ
สรุปทริคติดตัวที่ใช้ได้จริง
จากประสบการณ์ที่ลองผิดลองถูกมา ผมแนะนำแบบนี้ครับ:
- ประเมินความเสี่ยงของพื้นที่: ถ้าอยู่ในพื้นที่ฟ้าผ่าบ่อย ควรเลือกค่า kV ที่สูงขึ้นหน่อย
- สำหรับบ้านทั่วไปที่ไม่มีสายล่อฟ้า: เลือก Type 2 SPD ที่มีค่า 20kV-40kV มาติดในตู้เมนเบรกเกอร์
- ลงทุนกับยี่ห้อที่น่าเชื่อถือ: SPD ไม่ใช่ของที่จะเปลี่ยนบ่อยๆ เลือกยี่ห้อที่มีมาตรฐานรับรองจะดีกว่า
- ปรึกษาช่างไฟฟ้าที่มีความรู้: ถ้าไม่มั่นใจจริงๆ ให้ช่างผู้เชี่ยวชาญมาช่วยดูและติดตั้งให้จะปลอดภัยที่สุดครับ
การลงทุนกับ SPD อาจจะดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ถ้าเทียบกับความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับเครื่องใช้ไฟฟ้าของเราแล้ว มันคุ้มค่ามากๆ ครับ เพื่อความสบายใจของทุกคนในบ้าน หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์ในการตัดสินใจเลือกซื้อ SPD ให้กับบ้านของคุณนะครับ!
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น